คอร์สนี้พยายามเลี่ยงศัพท์เทคนิคให้มากที่สุด แต่บางคำจำเป็นต้องใช้ เพราะคุณจะเจอมันตอนคุยกับ AI หรือตอนเปิดหน้าจอบริการต่างๆ ครับ
หน้านี้อธิบายทุกคำแบบภาษาคน พร้อมบอกว่า ในทางปฏิบัติคุณต้องทำอะไรกับมัน เปิดค้างไว้อีกแท็บระหว่างเรียนได้เลย เรียงตามลำดับที่มักเจอ ไม่ได้เรียงตามตัวอักษร
กลุ่มที่ 1 · คำที่เจอตอนเริ่มต้น
AI แบบ agent AI ที่ไม่ได้แค่ตอบคำถามในกล่องแชท แต่ลงมือสร้างไฟล์ แก้ไฟล์ และรันโปรแกรมในเครื่องคุณได้เอง ต่างจาก AI แชททั่วไปตรงที่มัน "ทำ" ไม่ใช่แค่ "บอกวิธีทำ" คุณต้องทำอะไร เลือกใช้เครื่องมือประเภทนี้ตั้งแต่บทที่ 3 ไม่ใช่แชทธรรมดา ไม่งั้นคุณต้องก๊อปโค้ดไปวางเองทุกครั้ง
โฟลเดอร์โปรเจกต์
โฟลเดอร์ธรรมดาในเครื่องคุณ (แบบเดียวกับโฟลเดอร์เก็บรูป) ที่เราจะให้ไฟล์ทั้งหมดของระบบไปกองรวมกันอยู่ที่นั่น
คุณต้องทำอะไร สร้างเองผ่าน File Explorer 1 ครั้ง เช่นตั้งชื่อ pos-shop ไว้ในไดรฟ์ D แล้วเปิด AI จากโฟลเดอร์นี้เสมอ
terminal (เทอร์มินัล) หรือ command line หน้าต่างสีดำที่พิมพ์คำสั่งใส่คอมพิวเตอร์ตรงๆ แทนการคลิกปุ่ม คุณต้องทำอะไร แทบไม่ต้องแตะเลยในคอร์สนี้ เพราะ AI จะพิมพ์คำสั่งให้เอง คุณแค่ดูผลและกดอนุญาตเมื่อมันขอ
localhost
ที่อยู่เว็บที่หมายถึง "เครื่องนี้เท่านั้น" เวลาระบบยังสร้างไม่เสร็จ มันจะรันอยู่ที่นี่ก่อน คนอื่นในโลกยังเปิดไม่ได้
คุณต้องทำอะไร เปิดเบราว์เซอร์แล้วพิมพ์ที่อยู่ที่ AI บอก เช่น localhost:3000 ในช่องที่ปกติพิมพ์ google.com
deploy (ดีพลอย) การเอาระบบที่ทำเสร็จแล้วขึ้นอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เปิดจากมือถือหรือเครื่องอื่นได้ผ่านลิงก์ คุณต้องทำอะไร สั่ง AI ให้ทำ แล้วทำตามขั้นที่ต้องกดเองในหน้าเว็บของผู้ให้บริการ
กลุ่มที่ 2 · คำที่เจอตอนตั้งค่าบริการคลาวด์
คลาวด์ (cloud) คอมพิวเตอร์ของบริษัทใหญ่ที่เราไปเช่าใช้ผ่านอินเทอร์เน็ต แทนการซื้อเซิร์ฟเวอร์เอง คอร์สนี้ใช้ของ Google (Firebase) กับ Cloudflare ซึ่งมีแพ็กเกจฟรีสำหรับร้านเล็ก
console (คอนโซล) หรือ dashboard หน้าเว็บสำหรับตั้งค่าบริการคลาวด์ เปรียบเหมือนหน้าตั้งค่าในแอปธนาคาร คุณต้องทำอะไร เข้าไปกดสร้างโปรเจกต์และเปิดใช้บริการตามบทที่ 3
project (โปรเจกต์) ในคลาวด์ กล่องเก็บของทุกอย่างของร้านคุณในบริการนั้น 1 ร้าน = 1 โปรเจกต์ก็พอ
region (รีเจียน) ที่ตั้งจริงของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะเก็บข้อมูลร้านคุณ เลือกใกล้ไทยแล้วระบบตอบสนองเร็วกว่า เลือกไกลก็ยังใช้ได้แต่ช้ากว่านิดหน่อย คุณต้องทำอะไร ตอนสร้างฐานข้อมูลครั้งแรก เลือกตัวเลือกที่อยู่แถบเอเชีย เช่น สิงคโปร์หรือจาการ์ตา แล้วห้ามเปลี่ยนทีหลัง (เปลี่ยนไม่ได้ ต้องสร้างใหม่)
config (คอนฟิก) ข้อความก้อนหนึ่งที่บริการคลาวด์สร้างให้คุณ ข้างในมีชื่อโปรเจกต์กับรหัสเชื่อมต่อ เปรียบเหมือนที่อยู่บ้านพร้อมกุญแจ ที่ระบบต้องใช้เพื่อคุยกับฐานข้อมูลได้ถูกที่ คุณต้องทำอะไร คัดลอกทั้งก้อนจากหน้าเว็บ Firebase แล้ววางให้ AI ตอนบทที่ 5 · ไม่ต้องเข้าใจข้างใน แต่อย่าเอาไปโพสต์ที่สาธารณะ
Authentication (การยืนยันตัวตน) ระบบที่ตอบว่า "คนที่กำลังใช้อยู่นี่คือใคร" เช่น ล็อกอินด้วย Google คุณต้องทำอะไร เปิดใช้ไว้ตั้งแต่บทที่ 3 แล้วจะได้ใช้จริงตอนแยกสิทธิ์พนักงานกับลูกค้าในบทที่ 15
ฐานข้อมูล (database) และ collection ฐานข้อมูลคือที่เก็บข้อมูลทั้งหมดของร้าน ส่วน collection คือกลุ่มข้อมูลชนิดเดียวกันที่อยู่ด้วยกัน เทียบง่ายๆ ฐานข้อมูลคือตู้เอกสาร collection คือลิ้นชักที่เขียนป้ายไว้ว่า "บิลขาย" "เมนู" "สต็อก"
กลุ่มที่ 3 · คำที่เจอตอนสั่ง AI ทำระบบ
modifier (ตัวเลือกเมนู) ตัวเลือกที่เกาะกับเมนูหลัก เช่น ร้อน เย็น ปั่น หวานน้อย เพิ่มช็อต บวกราคาได้
recipe-level deduction (ตัดสต็อกตามสูตร) การให้ระบบรู้ว่าเมนู 1 แก้วกินวัตถุดิบอะไรเท่าไหร่ แล้วตัดสต็อกให้อัตโนมัติเมื่อขาย ต่างจากการตัดแค่จำนวนสินค้าสำเร็จรูป
transaction (ทรานแซกชัน) และ batch (แบตช์) คำสั่งที่มัดงานหลายอย่างเป็นชุดเดียว ถ้าสำเร็จก็สำเร็จหมด ถ้าพังก็พังทั้งชุดแล้วย้อนกลับให้เหมือนไม่เคยทำ ป้องกันกรณีบิลบันทึกแล้วแต่แต้มไม่เข้า คุณต้องทำอะไร ไม่ต้องเขียนเอง แค่พูดกับ AI ว่า "สองอย่างนี้ต้องเกิดพร้อมกัน ถ้าอย่างใดอย่างหนึ่งล้มเหลวให้ยกเลิกทั้งคู่" เท่านี้มันจะเลือกวิธีที่ถูกให้เอง
atomic increment (การบวกลบแบบอะตอมมิก) วิธีสั่งให้ฐานข้อมูลเป็นคนบวกลบตัวเลขเอง เช่น "หักสต็อกออก 18" แทนที่แอปจะอ่านค่ามาลบเองแล้วเขียนทับ ป้องกันตัวเลขเพี้ยนเวลาหลายเครื่องทำงานพร้อมกัน คุณต้องทำอะไร พูดกับ AI ว่า "การตัดสต็อกกับเลขคิวต้องกันกรณีหลายเครื่องทำพร้อมกัน ให้ฐานข้อมูลเป็นคนบวกลบ ไม่ใช่แอปอ่านมาคำนวณเอง"
lost update (การเขียนทับกันจนข้อมูลหาย) อาการที่ 2 เครื่องอ่านค่าเดียวกัน ต่างคนต่างแก้ แล้วเขียนทับกัน ผลคือการแก้ของเครื่องหนึ่งหายไปเงียบๆ เป็นสาเหตุของบั๊กสต็อกในบทที่ 9
cache (แคช) ข้อมูลที่ถูกเก็บสำเนาไว้ในเครื่องเพื่อให้เปิดเร็วและใช้ต่อได้ตอนเน็ตหลุด ข้อเสียคือบางทีเห็นข้อมูลเก่าค้าง
RLS (Row Level Security) หรือกติกาการเข้าถึงข้อมูล กติกาที่ฝังในฐานข้อมูลว่าใครอ่านหรือแก้ข้อมูลแถวไหนได้บ้าง สำคัญมากเพราะถ้าไม่ตั้ง ใครก็แก้ราคาสินค้าของคุณได้จากหน้าจอลูกค้า (ดูบทที่ 15)
กลุ่มที่ 4 · คำที่เจอตอนวิเคราะห์ข้อมูล
AOV (average order value) ยอดขายเฉลี่ยต่อบิล คำนวณจากยอดขายรวมหารจำนวนบิล
margin (มาร์จิ้น) หรืออัตรากำไร ส่วนต่างระหว่างราคาขายกับต้นทุน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาขาย ติดลบแปลว่าขายแล้วขาดทุน
days of supply (จำนวนวันที่ของพอใช้) เอาของที่เหลือหารด้วยอัตราการใช้ต่อวัน ได้คำตอบว่าอีกกี่วันของจะหมด แม่นกว่าการตั้งจำนวนขั้นต่ำนิ่งๆ
dead stock (สต็อกตาย) วัตถุดิบที่ซื้อมาแล้วไม่ถูกใช้เลย คือเงินสดที่จมอยู่เฉยๆ
RFM วิธีแบ่งกลุ่มลูกค้าด้วย 3 คำถาม มาล่าสุดเมื่อไหร่ (Recency) มาบ่อยแค่ไหน (Frequency) ใช้เงินเท่าไหร่ (Monetary) ใช้เพื่อรู้ว่าใครคือลูกค้าประจำ ใครกำลังจะหายไป
market basket analysis (วิเคราะห์ตะกร้า) การหาว่าสินค้าคู่ไหนถูกซื้อพร้อมกันบ่อยผิดปกติ เพื่อเอาไปจัดเซ็ตหรือเชียร์ขาย
menu engineering matrix การแบ่งเมนูเป็น 4 กลุ่มตามแกนขายดีกับกำไรดี เพื่อตัดสินใจว่าเมนูไหนควรดัน ควรขึ้นราคา หรือควรตัดทิ้ง
cohort retention (อัตราการกลับมา) สัดส่วนลูกค้าที่มาครั้งแรกในเดือนหนึ่ง แล้วกลับมาอีกในเดือนถัดไป
กลุ่มที่ 5 · คำที่เจอเรื่องการจ่ายเงินและ QR
QR สั่งสินค้า กับ QR จ่ายเงิน คนละเรื่องกัน QR สั่งสินค้าคือลิงก์เปิดหน้าเมนูให้ลูกค้ากดสั่งเอง ส่วน QR จ่ายเงินคือ QR พร้อมเพย์ที่โอนเงินเข้าบัญชีร้าน คอร์สนี้สอนอย่างแรกเป็นหลัก และอธิบายอย่างที่สองไว้ในบทที่ 11
PromptPay QR แบบนิ่ง กับแบบไดนามิก แบบนิ่งคือ QR แผ่นเดียวแปะหน้าเคาน์เตอร์ ลูกค้าต้องพิมพ์ยอดเอง แบบไดนามิกคือ QR ที่ระบบสร้างใหม่ทุกบิลโดยฝังยอดเงินไว้แล้ว ลูกค้าแค่กดจ่าย
EMV QR ชื่อมาตรฐานสากลที่อยู่เบื้องหลัง QR จ่ายเงินของไทยและอีกหลายประเทศ รู้ไว้เฉยๆ พอ เวลาสั่ง AI ให้บอกว่า "ทำ QR พร้อมเพย์แบบระบุยอดตามบิล" ก็พอ
library (ไลบรารี) กับ npm ไลบรารีคือชุดโค้ดสำเร็จรูปที่คนอื่นเขียนไว้ให้ใช้ฟรี ส่วน npm คือคลังกลางที่เก็บไลบรารีเหล่านั้นสำหรับงานสายเว็บ คุณต้องทำอะไร ไม่ต้องโหลดเอง แค่บอกชื่อไลบรารีให้ AI แล้วมันจัดการติดตั้งให้
deep link (ดีปลิงก์) ลิงก์ที่กดแล้วเปิดแอปโดยตรงแทนที่จะเปิดในเบราว์เซอร์ ใช้ตอนพาลูกค้าไปรีวิวใน Google Maps (บทที่ 11)
กลุ่มที่ 6 · คำที่เจอตอนดูแลระบบ
backup (สำรองข้อมูล) กับ restore (กู้คืน) การทำสำเนาไว้ก่อนมีอะไรพัง และการเอาสำเนากลับมาใช้ ดูวิธีทำจริงในบทที่ 13
version control หรือ Git ระบบที่จำทุกเวอร์ชันของโค้ดไว้ ทำให้ย้อนกลับไปเวอร์ชันก่อนหน้าได้เมื่อแก้แล้วพัง คุณต้องทำอะไร สั่ง AI ให้ตั้งค่าให้ตั้งแต่วันแรก แล้วสั่ง "บันทึกเวอร์ชัน" ทุกครั้งที่ระบบใช้งานได้ดี
rollback (ย้อนเวอร์ชัน) การย้อนระบบกลับไปเวอร์ชันก่อนหน้าที่ยังใช้งานได้ เมื่อเวอร์ชันใหม่มีปัญหา
PWA เว็บที่ทำตัวเหมือนแอป เพิ่มไอคอนลงหน้าจอมือถือได้ เปิดแบบเต็มจอไม่มีแถบเบราว์เซอร์
KDS (Kitchen Display System) จอแสดงออเดอร์ในครัว แทนการพิมพ์ใบสั่งหรือตะโกน