ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ข่าวโลก

Telegram ถูกบล็อก รัสเซีย: 700 ล้านคนทั่วโลกจะรอดไหม? สัญญาณเตือนเสรีภาพออนไลน์

internet censorship digital freedom online communication VPN technology geopolitical tech control
Photo by Markus Winkler on Unsplash

Telegram กำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ในรัสเซีย เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2026 สื่อรัสเซียรายงานว่าแอปพลิเคชันส่งข้อความยอดนิยมนี้เริ่มใช้งานไม่ได้จริงจังแล้ว นี่คือสถานการณ์ที่ Telegram ถูกบล็อก รัสเซีย อย่างหนักหน่วง

จากแค่จำกัดการส่งรูป ณ เดือนมีนาคม 2026 ข้อความยังดีเลย์หนัก จนแทบใช้การไม่ได้เลย นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของรัสเซีย แต่มันเป็นสัญญาณเตือนถึงการควบคุมอินเทอร์เน็ตที่เข้มข้นขึ้นทั่วโลก

เกิดอะไรขึ้น: รัสเซียบีบ Telegram หนักขึ้นทุกวัน

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2026 สำนักข่าว Kommersant ของรัสเซียรายงานว่า Telegram กำลังเผชิญกับการบล็อกที่รุนแรงขึ้นทุกวัน ก่อนหน้านี้ รัฐบาลรัสเซียจำกัดแค่การส่ง multimedia content เช่น รูปภาพและวิดีโอ เมื่อเดือนมีนาคม 2026 ผู้ใช้งานเริ่มเจอปัญหาข้อความดีเลย์อย่างมาก จนการสื่อสารแทบเป็นไปไม่ได้เลย

ผู้ใช้งานในเมืองใหญ่อย่างมอสโกและเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กรายงานปัญหาเดียวกัน บางคนไม่สามารถส่งข้อความเสียงได้เลย บางครั้งข้อความตัวอักษรก็ใช้เวลานานหลายนาทีในการส่งถึงปลายทาง สถานการณ์นี้สร้างความหงุดหงิดอย่างมากให้กับผู้ใช้งาน

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าการปิด Telegram ทั้งหมดนั้นยากมากทางเทคนิค เพราะ architecture ของ Telegram ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อการบล็อก แพลตฟอร์มนี้ใช้เทคนิคกระจาย server และ IP address จำนวนมากทั่วโลก นั่นทำให้การบล็อกทั้งหมดเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับรัฐบาลรัสเซียอย่างยิ่ง

การบล็อกแพลตฟอร์มที่มีโครงสร้างแบบกระจายศูนย์เช่นนี้ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล รัฐบาลต้องลงทุนในเทคโนโลยีและบุคลากรอย่างต่อเนื่อง นี่คือการต่อสู้ทางเทคนิคที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน

แต่การทำให้แพลตฟอร์มนี้ใช้งานไม่ได้จริงนั้นเป็นไปได้สูง รัสเซียใช้กลยุทธ์จำกัด bandwidth และบล็อก IP อย่างต่อเนื่อง นี่คือการสร้างความไม่สะดวกสบายสูงสุดให้กับผู้ใช้งาน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ของรัสเซีย รัฐบาลลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยี Deep Packet Inspection (DPI) เพื่อตรวจสอบและควบคุมการจราจรข้อมูล

เทคโนโลยี DPI ช่วยให้รัฐบาลสามารถตรวจสอบเนื้อหาของข้อมูลที่ส่งผ่านเครือข่ายได้ พวกเขาสามารถระบุและบล็อกแพ็กเก็ตข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Telegram ได้อย่างแม่นยำ นี่คือเครื่องมือสำคัญในการเซ็นเซอร์ออนไลน์

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัสเซียพยายามควบคุม Telegram ย้อนไปเมื่อปี 2018 รัสเซียเคยพยายามแบน Telegram มาแล้ว สาเหตุคือ Telegram ปฏิเสธที่จะส่งมอบ encryption keys ให้หน่วยงานความมั่นคงของรัสเซีย การแบนครั้งนั้นทำให้เกิดการประท้วงออนไลน์ครั้งใหญ่จากประชาชน

ผู้คนออกมาประท้วงตามท้องถนนและใช้สัญลักษณ์กระดาษเครื่องบินเพื่อแสดงออกถึงการสนับสนุน Telegram การเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของแพลตฟอร์มต่อเสรีภาพในการแสดงออก

แม้จะมีการบล็อกครั้งนั้น Telegram ก็ยังสามารถใช้งานได้ผ่าน VPN และ proxy ต่างๆ ผู้ใช้งานชาวรัสเซียจำนวนมากหาวิธีหลีกเลี่ยงการเซ็นเซอร์ได้สำเร็จ การบล็อกถูกยกเลิกเมื่อปี 2020 แต่ความสัมพันธ์ระหว่าง Telegram และรัฐบาลรัสเซียยังคงตึงเครียด ผู้ก่อตั้งอย่าง Pavel Durov ยืนยันมาตลอดว่า ความเป็นส่วนตัว ของผู้ใช้คือหัวใจสำคัญ เขาเคยกล่าวว่า "สิทธิส่วนบุคคลอยู่เหนือความกลัวของรัฐบาล" ซึ่งเป็นจุดยืนที่แข็งแกร่ง

"การบล็อก Telegram อย่างสมบูรณ์เป็นเรื่องยากทางเทคนิค แต่รัฐบาลสามารถทำให้การใช้งานเป็นไปได้ยากขึ้นผ่านการจำกัดแบนด์วิดท์และการบล็อก IP อย่างต่อเนื่อง" — ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

russian internet censorship

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ: สัญญาณเตือนถึงเสรีภาพออนไลน์ทั่วโลก

Telegram มีผู้ใช้งานมากกว่า 700 ล้านคนทั่วโลก ณ ปี 2026 รัสเซียเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของแพลตฟอร์มนี้ มีผู้ใช้งานหลายสิบล้านคน การบล็อกครั้งนี้จึงกระทบผู้ใช้งานจำนวนมหาศาล ซึ่งเท่ากับประชากรทั้งทวีปยุโรปตะวันตก นั่นหมายถึงการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายถูกจำกัดลงอย่างมาก ผู้คนไม่สามารถรับรู้ข่าวสารจากแหล่งอิสระได้ง่ายเหมือนเดิม

การจำกัดการเข้าถึงข้อมูลทำให้ประชาชนได้รับข่าวสารด้านเดียว สิ่งนี้บั่นทอนความสามารถในการตัดสินใจอย่างรอบด้าน และอาจนำไปสู่การบิดเบือนข้อมูลได้ง่ายขึ้น

รัฐบาลรัสเซียเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมอินเทอร์เน็ตมาหลายปีแล้ว พวกเขาอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงและการต่อต้านการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นอันตราย กฎหมายหลายฉบับถูกนำมาใช้เพื่อบังคับแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ลบเนื้อหาที่รัฐบาลไม่ต้องการ พวกเขายังบังคับให้จัดเก็บข้อมูลผู้ใช้ในรัสเซียอีกด้วย นี่คือการสร้าง Digital Iron Curtain ที่แยกผู้ใช้ออกจากโลกภายนอกอย่างชัดเจน มันคือการจำกัดการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นระบบ

แนวคิดนี้คล้ายกับกำแพงเหล็กในยุคสงครามเย็น แต่เปลี่ยนมาเป็นการควบคุมข้อมูลในโลกดิจิทัล รัฐบาลต้องการควบคุมสิ่งที่ประชาชนเห็นและได้ยิน

นักวิเคราะห์ด้านสื่อสังคมออนไลน์ชี้ว่า การบล็อก Telegram อาจผลักดันผู้ใช้งานไปยังแพลตฟอร์มอื่น แพลตฟอร์มเหล่านั้นอาจมีความปลอดภัยน้อยกว่า หรือรัฐบาลควบคุมได้ง่ายกว่า เช่น แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของรัสเซียเองที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวด นี่คือส่วนหนึ่งของเทรนด์การควบคุมอินเทอร์เน็ตที่เข้มข้นขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศที่มีอำนาจนิยมที่ต้องการควบคุมการเล่าเรื่องของรัฐ

หลายประเทศกำลังจับตาดูความสำเร็จของรัสเซียอย่างใกล้ชิด เพื่อนำไปปรับใช้กับนโยบายของตนเอง นี่คือการต่อสู้เพื่ออนาคตของเสรีภาพออนไลน์

การกระทำของรัสเซียสะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลหลายแห่งในการจำกัด เสรีภาพในการแสดงออกออนไลน์ จีนได้บล็อก Telegram มาตั้งแต่ปี 2015 และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการควบคุมอินเทอร์เน็ตสามารถทำได้จริง ผลกระทบของการบล็อก Telegram อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองในรัสเซีย เพราะ Telegram เป็นช่องทางสำคัญในการจัดตั้งและเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ผ่านการควบคุมของรัฐ มันคือพื้นที่สำหรับ dissent และการรวมกลุ่มของประชาชนที่ต้องการแสดงความคิดเห็น

"การบล็อก Telegram อาจผลักดันผู้ใช้งานไปยังแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่มีความปลอดภัยน้อยกว่า หรือแพลตฟอร์มที่รัฐบาลควบคุมได้ง่ายกว่า ซึ่งเป็นผลเสียต่อผู้ใช้งานในระยะยาว" — นักวิเคราะห์ด้านสื่อสังคมออนไลน์

global internet freedom map

แล้วคนไทยได้รับผลกระทบอย่างไร?

เรื่องนี้อาจดูไกลตัว แต่ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในรัสเซีย สำหรับคนไทยที่ติดต่อสื่อสารกับเพื่อน ครอบครัว หรือคู่ค้าในรัสเซียผ่าน Telegram อาจเริ่มประสบปัญหา การสื่อสารจะติดขัดและไม่สะดวกเหมือนเดิม ซึ่งกระทบทั้งเรื่องส่วนตัวและธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการสื่อสารแบบเรียลไทม์กับตลาดรัสเซีย เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว การส่งออกสินค้า หรือการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับชาวรัสเซีย

นักเรียนไทยที่เรียนในรัสเซียหรือชาวรัสเซียที่อาศัยอยู่ในไทยก็อาจได้รับผลกระทบ การติดต่อกับครอบครัวจะยากลำบากขึ้น นั่นหมายความว่าอาจเกิดความกังวลและความไม่แน่นอนในการใช้ชีวิตประจำวัน

ที่น่าสนใจกว่านั้น นี่คือสัญญาณเตือนถึงแนวโน้มการควบคุมอินเทอร์เน็ตที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก หากรัฐบาลต่างๆ เห็นว่ารัสเซียทำสำเร็จ อาจมีประเทศอื่นทำตาม นั่นหมายความว่าเสรีภาพในการแสดงออกออนไลน์ในประเทศไทยอาจถูกจำกัดในอนาคต เราเห็นการพูดคุยเรื่องการควบคุมเนื้อหาออนไลน์ในไทยบ่อยขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการพยายามควบคุมแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

เช่น การผลักดันกฎหมายควบคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือการขอความร่วมมือจากบริษัท Tech ในการลบเนื้อหา สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความพยายามในการควบคุมข้อมูล

เราอาจเห็นการใช้ VPN และ proxy เพิ่มขึ้นในไทย หากมีการควบคุมแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เข้มงวดขึ้น การบล็อก Telegram ในรัสเซียเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่ารัฐบาลสามารถบีบแพลตฟอร์ม Tech ได้จริง แม้จะมีมูลค่าตลาดโดยประมาณอยู่ที่ 30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ ปี 2026 ซึ่งเทียบเท่ากับงบประมาณกระทรวงกลาโหมของไทย 3 ปี หรือสร้างรถไฟฟ้าได้หลายสาย นี่แสดงให้เห็นถึงอำนาจของรัฐบาลเหนือบริษัทเทคยักษ์ใหญ่

ธุรกิจ E-commerce และ Fintech ในไทยที่พึ่งพาการสื่อสารออนไลน์ต้องจับตาดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะหากมีการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น นั่นหมายความว่าอาจส่งผลต่อการเข้าถึงลูกค้าและการดำเนินงาน การเตรียมพร้อมสำหรับทางเลือกอื่นในการสื่อสารจึงเป็นสิ่งจำเป็น รวมถึงการพิจารณาความเสี่ยงด้าน Cybersecurity ที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ VPN ที่ไม่น่าเชื่อถือ ผู้ใช้งานต้องระมัดระวังในการเลือกใช้บริการ VPN ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยืดหยุ่นจึงสำคัญมาก

"หากรัฐบาลต่างๆ เห็นว่ารัสเซียทำสำเร็จ อาจมีประเทศอื่นทำตาม นั่นหมายความว่าเสรีภาพในการแสดงออกออนไลน์ในประเทศไทยอาจถูกจำกัดในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องเฝ้าระวัง" — ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลไทย

digital communication challenges

Lumiq มองว่า: นี่คือเกมอำนาจ ไม่ใช่แค่เรื่องข้อมูล

Consensus บอกว่ารัสเซียทำเพราะต้องการควบคุมข้อมูลและป้องกันการเผยแพร่ข่าวสารที่รัฐไม่ต้องการ Lumiq มองต่างออกไป: นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการควบคุมข้อมูล แต่มันคือ เกมอำนาจ ที่ซับซ้อนกว่านั้น รัฐบาลรัสเซียกำลังทดสอบขีดจำกัดของตัวเองในการบีบแพลตฟอร์ม Tech ยักษ์ใหญ่ พวกเขาต้องการแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครใหญ่กว่ารัฐ แม้แต่แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้ 700 ล้านคน นี่คือการประกาศศักดาในโลกดิจิทัล และยืนยันอำนาจอธิปไตยทางไซเบอร์ของตน พวกเขากำลังสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการควบคุมอินเทอร์เน็ต

การกระทำนี้ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอาจนำไปสู่การแบ่งแยกอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนๆ หรือที่เรียกว่า Splinternet ในอนาคต

นี่คือการส่งสัญญาณไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ ทั่วโลกด้วย ว่าหากไม่ปฏิบัติตามกฎของรัฐบาล ก็จะเจอชะตากรรมเดียวกัน การบล็อก Telegram เป็นการแสดงออกถึงอำนาจที่ชัดเจน และเป็นการสร้าง leverage ในการต่อรองกับบริษัท Tech อื่นๆ ในอนาคต โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องการเข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ของรัสเซีย รัฐบาลต้องการให้บริษัทเหล่านี้ยอมทำตามข้อเรียกร้องของตน

ภายใน 6-12 เดือนนับจาก มีนาคม 2026 เราจะรู้ว่าใครถูก ถ้า Telegram ยังคงใช้งานไม่ได้จริงจังในรัสเซีย แม้จะมีความพยายามหลีกเลี่ยงการบล็อก นั่นหมายความว่ารัฐบาลรัสเซียชนะในยกนี้ แต่ถ้าผู้ใช้งานสามารถหาวิธีใหม่ๆ ในการเข้าถึง Telegram ได้อย่างแพร่หลาย นั่นจะแสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการควบคุมอินเทอร์เน็ตอย่างสมบูรณ์ และอาจกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ในการหลีกเลี่ยงการเซ็นเซอร์ ผลลัพธ์นี้จะกำหนดทิศทางของการต่อสู้ระหว่างรัฐกับแพลตฟอร์ม Tech ในอนาคต

"นี่คือเกมอำนาจ รัฐบาลรัสเซียกำลังทดสอบขีดจำกัดของตัวเองในการบีบแพลตฟอร์ม Tech ยักษ์ใหญ่ และส่งสัญญาณไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ ทั่วโลก เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในระยะยาว" — Lumiq AI

เจาะลึก: กลยุทธ์การบล็อกและทางรอดของ Telegram

รัฐบาลรัสเซียใช้เทคนิคหลายอย่างในการบล็อก Telegram หนึ่งในนั้นคือ Deep Packet Inspection (DPI) ซึ่งช่วยให้รัฐบาลสามารถตรวจสอบและบล็อกข้อมูลที่ส่งผ่านเครือข่ายได้แบบเรียลไทม์ พวกเขายังบล็อก IP address จำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับ Telegram และจำกัด bandwidth เพื่อให้การใช้งานช้าลงจนแทบเป็นไปไม่ได้ นี่คือการลงทุนมหาศาลทั้งด้านเทคโนโลยีและบุคลากร รัฐบาลรัสเซียมีหน่วยงานเฉพาะที่รับผิดชอบการควบคุมอินเทอร์เน็ตโดยตรง

หน่วยงานเหล่านี้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อติดตามและตอบโต้การหลีกเลี่ยงการบล็อก พวกเขามีงบประมาณจำนวนมากในการพัฒนาเครื่องมือเซ็นเซอร์ และฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์

แต่ Telegram ก็มีกลยุทธ์ในการเอาตัวรอด แพลตฟอร์มนี้ใช้ dynamic IP addresses ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทำให้การบล็อกถาวรเป็นเรื่องยาก โปรโตคอล MTProto ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Telegram ก็ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อการเซ็นเซอร์ ผู้ใช้งานยังสามารถใช้ VPN และ proxy servers เพื่อหลีกเลี่ยงการบล็อกได้ ชุมชนผู้ใช้งานก็มีบทบาทสำคัญในการแบ่งปันข้อมูลและวิธีหลีกเลี่ยงการบล็อกอย่างต่อเนื่อง

กลุ่ม Telegram ลับๆ มักจะแชร์รายชื่อ proxy ใหม่ๆ หรือแนะนำ VPN ที่ยังใช้งานได้ นี่คือการต่อสู้ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของชุมชนผู้ใช้งาน

อย่างไรก็ตาม การใช้ VPN ก็มีความเสี่ยง รัฐบาลรัสเซียพยายามบล็อก VPN ที่ได้รับความนิยมเช่นกัน ทำให้ผู้ใช้งานต้องค้นหา VPN ใหม่ๆ อยู่เสมอ การใช้ VPN ที่ไม่น่าเชื่อถืออาจทำให้ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล หรือถูกโจมตีทาง Cybersecurity ได้ง่ายขึ้น นี่คือการต่อสู้แบบแมวไล่จับหนูที่ไม่มีวันสิ้นสุดระหว่างรัฐบาลและแพลตฟอร์มที่เน้นความเป็นส่วนตัว มันคือการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่ไม่มีใครยอมใคร ผู้ใช้งานต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความสะดวกสบายและความปลอดภัย

"การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลที่ต้องการควบคุมและแพลตฟอร์มที่เน้นความเป็นส่วนตัวคือเกมที่ไม่มีวันจบสิ้น ซึ่งผลักดันให้เกิดนวัตกรรมทั้งสองฝั่ง" — ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity

สรุป

  • Telegram ถูกบล็อก รัสเซีย หนัก: การใช้งานในรัสเซียยากขึ้นเรื่อยๆ จากการบล็อกของรัฐบาลรัสเซีย ณ เดือนมีนาคม 2026
  • สัญญาณเตือนทั่วโลก: นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของเทรนด์การควบคุมอินเทอร์เน็ตที่เข้มข้นขึ้นทั่วโลก
  • ผลกระทบต่อไทย: อาจกระทบการสื่อสารส่วนตัวและธุรกิจ รวมถึงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาเรื่องเสรีภาพออนไลน์ในอนาคต
  • เกมอำนาจและทางรอด: Lumiq มองว่านี่คือการแสดงอำนาจของรัฐบาลต่อแพลตฟอร์ม Tech ขณะที่ Telegram และผู้ใช้พยายามหาทางหลีกเลี่ยงการบล็อก

คุณคิดว่ารัฐบาลรัสเซียจะทำสำเร็จไหม? หรือ Telegram จะหาวิธีเอาตัวรอดได้? ติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัลไปกับ Lumiq AI

⚠️ บทความนี้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนแต่อย่างใด

แหล่งอ้างอิง

รวบรวมโดย Lumiq AI

#Telegram#รัสเซีย#การควบคุมอินเทอร์เน็ต#เสรีภาพในการแสดงออก#VPN#proxy#Digital Iron Curtain
รู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?

บทความที่เกี่ยวข้อง

data center
ข่าวโลก

ศูนย์ข้อมูล กูเกิล พลังงานหมุนเวียน: AI จะกินไฟมหาศาลแค่ไหน?

Google กำลังวางแผนพลังงานสำหรับ ศูนย์ข้อมูล กูเกิล พลังงาน หมุนเวียนทั่วโลก. AI ที่โตระเบิดจะทำให้แผนนี้ไปรอดไหม? Lumiq มีคำตอบ.

Lumiq4 นาที
Greenland military base
ข่าวโลก

สหรัฐฯ ขยายฐานทัพ Greenland: เดิมพันยุทธศาสตร์อาร์กติก

Pentagon กำลังเจรจาขยายฐานทัพใน Greenland ดินแดน 1.6 ล้าน ตร.กม. หัวใจของยุทธศาสตร์อาร์กติก นี่ไม่ใช่แค่เรื่องทหาร แต่มันคือเกมอำนาจระดับโลก.

Lumiq7 นาที
ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ Donald Trump
ข่าวโลก

ทรัมป์ลั่น! NATO ไม่เอาด้วยสงครามอิหร่าน — จริงหรือแค่เกม?

อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อ้าง NATO ไม่ร่วมรบใน สงครามอิหร่าน แม้เห็นด้วย — นี่คือรอยร้าวในพันธมิตร หรือแค่เกมการเมืองที่ต้องจับตา?

Lumiq7 นาที

สารบัญ