ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ข่าวการเงิน

SNB Interest Rate 0% ถึงปี 2026: ทำไมสวิสถึงกล้าสวนโลก และกระทบค่าบาทแค่ไหน?

Swiss National Bank building global interest rates chart
Photo by Markus Spiske on Unsplash
⚠️ บทความนี้อ้างอิงข้อมูลจากปี 2024 บางข้อมูลอาจไม่เป็นปัจจุบัน

ธนาคารกลางสวิส (SNB) สร้างความฮือฮาในตลาดการเงินโลกเมื่อปี 2024

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า SNB จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือ SNB Interest Rate ไว้ที่ 0%

การคงดอกเบี้ยนี้จะยาวไปจนถึงปลายปี 2026 คุณอ่านไม่ผิด — 0% ไปอีกกว่า 2 ปีเต็ม

ธนาคารกลางอื่น ๆ ทั่วโลกปวดหัวกับเงินเฟ้อ พวกเขากำลังพยายามขึ้นดอกเบี้ย

แต่ ธนาคารกลางสวิส กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

เกิดอะไรขึ้น?

ผลสำรวจของ Reuters เมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 ชี้ว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า SNB จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากระดับปัจจุบันที่ 0% เลย

การคาดการณ์นี้ครอบคลุมไปถึงสิ้นปี 2026 นั่นหมายความว่าสวิตเซอร์แลนด์จะยังคงมีนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษไปอีกนาน

นักวิเคราะห์ 30 จาก 32 คนที่สำรวจโดย Reuters คาดการณ์ว่า SNB จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0% ตลอดปี 2024, 2025 และ 2026

นี่คือการตัดสินใจที่สวนทางกับธนาคารกลางหลักอื่นๆ ทั่วโลกอย่างชัดเจน

ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) กำลังต่อสู้กับเงินเฟ้อ พวกเขาขึ้นดอกเบี้ยมาอย่างต่อเนื่อง

แต่ SNB กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป พวกเขาเคยเป็นผู้บุกเบิกอัตราดอกเบี้ยติดลบมาตั้งแต่ปี 2015

SNB เพิ่งปรับขึ้นมาเป็น 0% เมื่อไม่นานมานี้ การตัดสินใจครั้งนี้ตอกย้ำถึงแนวทางที่ไม่เหมือนใครของ ธนาคารกลางสวิส

นโยบายนี้แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจอย่างสูงในเศรษฐกิจของประเทศ

มันยังสะท้อนถึงมุมมองที่แตกต่างต่อภาวะเงินเฟ้อโลก

swiss central bank building exterior

การคง อัตราดอกเบี้ยสวิส ที่ระดับ 0% นี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมั่นใจในเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศ

มันยังเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่อาจส่งผลต่อค่าเงินฟรังก์สวิสในอนาคต

"การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0% ของ SNB ไปจนถึงปี 2026 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในเสถียรภาพราคาของสวิตเซอร์แลนด์" — Reuters, 16 พฤษภาคม 2024

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?

การตัดสินใจของ ธนาคารกลางสวิส ที่จะคง อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ 0% ยาวนานถึงปี 2026 ไม่ใช่แค่ข่าวเล็กๆ ในวงการการเงิน

แต่มันคือสัญญาณที่สำคัญมาก ประการแรก SNB กำลังส่งข้อความถึงตลาดโลก

พวกเขามั่นใจว่าเงินเฟ้อในสวิตเซอร์แลนด์ยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

SNB มองว่าไม่มีความจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่ยังไม่เป็นปัญหา

สวิตเซอร์แลนด์มีอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ในยุโรปและสหรัฐอเมริกามาก

นี่ทำให้ SNB มีพื้นที่ในการดำเนินนโยบายที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน

ประการที่สอง การคงดอกเบี้ยต่ำช่วยรักษาสมดุลของค่าเงินฟรังก์สวิส

เงินฟรังก์สวิสเป็นสกุลเงินปลอดภัย (safe haven) ที่มักจะแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ตลาดผันผวน

การที่ดอกเบี้ยต่ำจะช่วยลดแรงจูงใจในการถือครองเงินฟรังก์สวิส

นั่นหมายความว่าค่าเงินจะไม่แข็งค่าเกินไปจนกระทบการส่งออกของประเทศ

สินค้าสวิสยังคงแข่งขันได้ในตลาดโลก เศรษฐกิจภายในประเทศก็ได้รับการสนับสนุนจากการลงทุนที่ต้นทุนต่ำ

ที่น่าสนใจกว่านั้น การคงดอกเบี้ยต่ำยังช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น

ต้นทุนการกู้ยืมลดลง สิ่งนี้กระตุ้นการลงทุนและการจ้างงานภายในประเทศ

ทำให้เศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์เติบโตได้อย่างยั่งยืนและมีเสถียรภาพ

นโยบายนี้ยังส่งผลดีต่อตลาดสินเชื่อบ้าน ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้น

"การคงดอกเบี้ย 0% ของ SNB คือการเดิมพันครั้งใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในเสถียรภาพเศรษฐกิจของสวิตเซอร์แลนด์" — นักวิเคราะห์จากธนาคารใหญ่แห่งหนึ่ง

ทำไม SNB ถึงกล้าทำแบบนี้?

SNB มีเป้าหมายหลักคือการรักษาเสถียรภาพราคา และในช่วงที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อของสวิตเซอร์แลนด์อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ มาก

ข้อมูลล่าสุดจากเดือนเมษายน 2024 ชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อของสวิตเซอร์แลนด์อยู่ที่ประมาณ 1.4%

ตัวเลขนี้ต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางส่วนใหญ่ทั่วโลกอย่างเห็นได้ชัด

การคงดอกเบี้ย 0% ช่วยสนับสนุนการส่งออกของสวิตเซอร์แลนด์

มันยังป้องกันไม่ให้เงินฟรังก์สวิส (CHF) แข็งค่ามากเกินไป

เงินฟรังก์สวิสถูกมองว่าเป็นสกุลเงินปลอดภัย ทำให้มีเงินไหลเข้ามากในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ

นั่นหมายความว่าสินค้าส่งออกของสวิสอาจแพงขึ้นในตลาดโลก

การคงดอกเบี้ยต่ำจึงเป็นเครื่องมือหนึ่งในการบริหารจัดการค่าเงินและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

SNB ยังมองว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของสวิตเซอร์แลนด์ยังคงเปราะบาง

การคงดอกเบี้ยต่ำจึงเป็นแรงกระตุ้นที่จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเงินฝืดและส่งเสริมการลงทุน

อีกประการหนึ่ง นโยบายการเงิน ของ SNB ยังคำนึงถึงความเสี่ยงจากภาวะเงินฝืด

ภาวะเงินฝืดคือการที่ราคาสินค้าและบริการลดลงอย่างต่อเนื่อง

สิ่งนี้อาจทำให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย เพราะคาดหวังว่าราคาจะถูกลงอีก

นั่นหมายความว่าเศรษฐกิจโดยรวมอาจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

การคงดอกเบี้ยต่ำจึงเป็นเกราะป้องกันภาวะดังกล่าว ช่วยให้เศรษฐกิจมีแรงขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง

SNB เชื่อมั่นว่าการรักษาสมดุลนี้จะนำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน

"SNB เลือกที่จะให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพค่าเงินฟรังก์สวิสและการกระตุ้นเศรษฐกิจ มากกว่าการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่ยังไม่เป็นปัญหา" — นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยชั้นนำ

แล้วคนไทยล่ะ? กระทบอะไรบ้าง?

การที่ SNB คงดอกเบี้ย 0% ยาวนานขนาดนี้มีนัยยะสำคัญหลายอย่างต่อตลาดการเงินโลก

และแน่นอนว่ากระทบถึงไทยด้วยในหลายมิติ

1. เงินฟรังก์สวิส (CHF) อ่อนค่า: การที่ อัตราดอกเบี้ยสวิส ต่ำกว่าสกุลเงินหลักอื่น ๆ อย่างยูโรหรือดอลลาร์สหรัฐฯ จะทำให้เงินฟรังก์สวิสไม่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนสูง

นั่นหมายความว่าเงินฟรังก์สวิสมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ

นี่คือผลลัพธ์โดยตรงจากนโยบายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เมื่อนักลงทุนมองหาผลตอบแทนที่ดีกว่า พวกเขาก็จะย้ายเงินออกจากสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำ

การอ่อนค่านี้จะส่งผลต่อการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

global interest rates comparison chart

2. ความแตกต่างของนโยบาย: ในขณะที่ธนาคารกลางส่วนใหญ่กำลังพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยหลังจากขึ้นมาสูง

การที่ SNB ยืนกรานที่ 0% แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน

นี่อาจเป็นสัญญาณว่า SNB มองเห็นความเสี่ยงด้านเงินฝืด

หรือต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ โดยไม่สนใจแรงกดดันจากภายนอกมากนัก

นโยบายที่สวนทางนี้อาจสร้างความผันผวนในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

ผลกระทบต่อคนไทยโดยตรง: แม้สวิตเซอร์แลนด์จะไม่ใช่คู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย

แต่การตัดสินใจของ SNB ก็ส่งผลกระทบถึงเราได้โดยตรง

  • ค่าเงินบาท: หากเงินฟรังก์สวิสอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

    และเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

    นั่นหมายความว่าเงินฟรังก์สวิสมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาท

    นั่นหมายความว่า สินค้าจากสวิตเซอร์แลนด์ เช่น นาฬิกาหรู ช็อกโกแลต หรือยา อาจมีราคาถูกลงสำหรับผู้บริโภคไทย

    ยกตัวอย่างเช่น นาฬิกา Rolex รุ่นยอดนิยมที่เคยมีราคา 350,000 บาท

    อาจลดลงเหลือ 340,000 บาท หากเงินฟรังก์สวิสอ่อนค่าลง 3% เมื่อเทียบกับเงินบาท

    นี่คือโอกาสดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสินค้าคุณภาพสูงจากสวิตเซอร์แลนด์

  • การท่องเที่ยว: หากเงินฟรังก์สวิสอ่อนค่าลง นักท่องเที่ยวชาวสวิสที่มาไทยอาจรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายในประเทศไทยถูกลง

    สิ่งนี้อาจกระตุ้นให้มีนักท่องเที่ยวจากสวิตเซอร์แลนด์เดินทางมาไทยมากขึ้น

    ซึ่งเป็นผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของเรา โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ตและเชียงใหม่

    ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และบริการท่องเที่ยวจะได้รับอานิสงส์นี้

  • การลงทุน: นักลงทุนไทยที่ถือสินทรัพย์ในสกุลเงินฟรังก์สวิส อาจเห็นมูลค่าลดลงเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท

    ในทางกลับกัน บริษัทไทยที่มีหนี้สินเป็นสกุลเงินฟรังก์สวิสก็จะได้รับประโยชน์จากค่าเงินที่อ่อนลง

    ทำให้ภาระหนี้ลดลงเมื่อคิดเป็นเงินบาท

    ที่น่าสนใจกว่านั้น การที่ดอกเบี้ยสวิสต่ำมาก อาจทำให้เงินทุนบางส่วนไหลออกจากสวิตเซอร์แลนด์

    เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่ดีกว่าในตลาดเกิดใหม่ เช่น ประเทศไทย

    สิ่งนี้อาจช่วยหนุนตลาดทุนไทยได้ในระยะหนึ่ง โดยเฉพาะตลาดหุ้นและพันธบัตร

"สำหรับคนไทย การตัดสินใจของ SNB อาจทำให้สินค้าสวิสราคาจับต้องได้มากขึ้น และกระตุ้นการท่องเที่ยวจากสวิตเซอร์แลนด์" — Lumiq AI

Lumiq มองว่า:

Consensus บอกว่า: SNB ทำถูกแล้วที่คงดอกเบี้ย 0% เพราะเงินเฟ้อสวิสต่ำ

และนี่คือการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจของพวกเขาอย่างชาญฉลาด

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า นโยบายการเงิน แบบผ่อนคลายนี้เหมาะสมกับสถานการณ์ของสวิตเซอร์แลนด์ในปัจจุบัน

มันช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตได้โดยไม่มีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

Lumiq มองต่างว่า: SNB กำลังเล่นเกมที่เสี่ยงมาก

การคงดอกเบี้ย 0% ยาวนานขนาดนี้ในขณะที่ธนาคารกลางอื่น ๆ ทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านเงินเฟ้อ

อาจทำให้ SNB เสียความน่าเชื่อถือในระยะยาวได้

พวกเขาอาจถูกมองว่ากำลังใช้ค่าเงินฟรังก์สวิสเป็นเครื่องมือในการแข่งขันทางการค้าอย่างหนักหน่วง

นั่นอาจนำไปสู่แรงกดดันจากประเทศอื่น ๆ ได้ในอนาคต

ความเสี่ยงอีกประการคือการสร้างฟองสบู่ในตลาดสินทรัพย์ โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์

สิ่งนี้อาจเป็นอันตรายต่อเสถียรภาพทางการเงินในอนาคตอย่างร้ายแรง

การตัดสินใจนี้อาจมีผลกระทบที่คาดไม่ถึงในระยะยาว

Timeframe ที่จะพิสูจน์ได้: ภายใน Q1 2025 เราจะรู้ว่า SNB คิดถูกไหม

ถ้าเงินเฟ้อสวิสยังคงต่ำกว่า 2% และเศรษฐกิจยังคงเติบโตได้ดีโดยไม่มีสัญญาณของฟองสบู่

เราอาจต้องยอมรับว่า SNB มีวิสัยทัศน์ที่แตกต่างและแม่นยำ

แต่หากเกิดภาวะเงินเฟ้อที่ควบคุมไม่ได้ หรือฟองสบู่แตกขึ้นมา

SNB ก็อาจต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่รุนแรงและยากจะแก้ไข

"การเดิมพันของ SNB ที่ 0% คือการเดินบนเส้นด้ายบางๆ ระหว่างการรักษาเสถียรภาพกับการสร้างความเสี่ยงในอนาคต" — Lumiq AI

เจาะลึก: นโยบายดอกเบี้ยต่ำ กับความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่

แม้การคงอัตราดอกเบี้ยต่ำจะมีข้อดีในการกระตุ้นเศรษฐกิจและรักษาสมดุลค่าเงิน

แต่ก็มีความเสี่ยงที่ SNB ต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความเสี่ยงแรกคือ ฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์

ดอกเบี้ยที่ต่ำมากเป็นเวลานานอาจทำให้คนกู้เงินมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มากเกินไป

จนราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่สมเหตุสมผลและเกินกว่ามูลค่าที่แท้จริง

นั่นหมายความว่าหากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ราคาอสังหาริมทรัพย์อาจร่วงลงอย่างรวดเร็ว

สิ่งนี้จะสร้างความเสียหายให้กับระบบการเงินและธนาคารได้มหาศาล

ธนาคารกลางสวิส ต้องจับตาดูตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างใกล้ชิด

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะฟองสบู่ที่อาจเป็นอันตรายต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ

ความเสี่ยงที่สองคือ การไหลออกของเงินทุน

หากธนาคารกลางอื่นๆ เริ่มลดดอกเบี้ยลง แต่ยังคงสูงกว่า SNB

นักลงทุนอาจยังคงเลือกที่จะนำเงินไปลงทุนในประเทศอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

การไหลออกของเงินทุนนี้อาจทำให้เงินฟรังก์สวิสอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว

นั่นหมายความว่าราคาสินค้านำเข้าอาจแพงขึ้น และกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน

การอ่อนค่าของเงินฟรังก์สวิสที่มากเกินไป อาจทำให้ อัตราเงินเฟ้อสวิตเซอร์แลนด์ กลับมาสูงขึ้นได้

ซึ่งจะขัดแย้งกับเป้าหมายหลักของ SNB ที่ต้องการรักษาเสถียรภาพราคา

SNB ต้องบริหารจัดการความเสี่ยงเหล่านี้อย่างระมัดระวัง

เพื่อให้แน่ใจว่า นโยบายดอกเบี้ย 0% จะไม่สร้างปัญหาในระยะยาว

พวกเขาต้องมีแผนสำรองที่ชัดเจน หากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและไม่คาดคิด

"นโยบายดอกเบี้ยต่ำเป็นดาบสองคม SNB ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจกับการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น" — ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินระหว่างประเทศ

สรุป

  • SNB ยืนกราน 0%: ธนาคารกลางสวิส จะคง อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ 0% ไปจนถึงปลายปี 2026

    นี่เป็นการตัดสินใจที่สวนทางกับธนาคารกลางส่วนใหญ่ทั่วโลกอย่างชัดเจน

  • เงินฟรังก์สวิสอ่อนค่า: การตัดสินใจนี้มีแนวโน้มทำให้ CHF อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ

    ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากนโยบายดอกเบี้ยต่ำที่แตกต่าง

  • กระทบไทย: สินค้าสวิสอาจมีราคาถูกลงสำหรับผู้บริโภคไทย

    นักท่องเที่ยวสวิสอาจเดินทางมาไทยมากขึ้น

    นักลงทุนไทยต้องจับตาค่าเงินอย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบ

  • จับตาเงินเฟ้อและความเสี่ยง: ความสำเร็จของ SNB ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาสามารถควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับต่ำได้จริงหรือไม่ในระยะยาว

    พร้อมทั้งป้องกันความเสี่ยงจากฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์และการไหลออกของเงินทุน

"การตัดสินใจของ SNB ครั้งนี้คือบททดสอบสำคัญของนโยบายการเงินที่แตกต่าง" — Lumiq AI

ติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์จาก Lumiq AI เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวในตลาดการเงินโลก!

⚠️ บทความนี้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนแต่อย่างใด

แหล่งอ้างอิง

รวบรวมโดย Lumiq AI

#SNB Interest Rate#Swiss National Bank#อัตราดอกเบี้ยสวิส#นโยบายการเงิน#เศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์#ค่าเงินบาท
รู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?

บทความที่เกี่ยวข้อง

brazil central bank building global economy uncertainty
ข่าวการเงิน

ธนาคารกลางบราซิลหั่นดอกเบี้ย 14.75% — ต่ำกว่าคาด สัญญาณเตือนตลาดเกิดใหม่?

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2026 ธนาคารกลางบราซิลลดดอกเบี้ยเหลือ 14.75% ต่ำกว่าคาด ตลาดผิดหวัง การตัดสินใจนี้ชี้ถึงความเปราะบางในตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก และอาจกระทบไทยทางอ้อม

Lumiq5 นาที1
ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ Jerome Powell
ข่าวการเงิน

Jerome Powell แถลง: ดอกเบี้ย Fed จะลงไหม? ตะวันออกกลาง-AI คือตัวแปรใหญ่

Jerome Powell แถลงเมื่อ 18 มีนาคม 2026 ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลางและ AI เป็นปัจจัยสำคัญต่อเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย Fed จะลดดอกเบี้ยได้จริงหรือ?

Lumiq7 นาที
Jerome Powell - Chairman of the Federal Reserve
ข่าวการเงิน

Powell ชี้ Supply Shock ถล่ม 5 ปี: เงินเฟ้อโลกยังไม่จบง่ายๆ

Jerome Powell ประธาน Fed ชี้โลกเจอ Supply Shock และภาวะชะงักงันของอุปทานถี่สุดในรอบหลายสิบปี นี่คือความจริงใหม่ที่กระทบเงินเฟ้อและค่าครองชีพทั่วโลก

Lumiq10 นาที

สารบัญ