ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ข่าวโลก

EU ไม่คว่ำบาตรคาซัคสถาน: ดีลพลังงานสำคัญกว่าสิทธิมนุษยชน?

EU Kazakhstan relations energy security central asia global oil market stability human rights Kazakhstan EU geopolitics central asia
Photo by Mathias Reding on Pexels

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2026 สหภาพยุโรป (EU) ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ไม่มีแผนจะใช้มาตรการ คว่ำบาตรคาซัคสถาน ในแพ็กเกจคว่ำบาตรชุดที่ 20 ของสหภาพฯ

การประกาศครั้งนี้ไม่ใช่เพียงข่าวเล็กๆ น้อยๆ

แต่เป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ถึงทิศทางนโยบายต่างประเทศของ EU ในภูมิภาคเอเชียกลาง

การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนลำดับความสำคัญใหม่ของ EU

และอาจส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อเศรษฐกิจโลกในอนาคตอันใกล้

หลายฝ่ายจับตาดูว่า EU กำลังชั่งน้ำหนักระหว่างค่านิยมและผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์อย่างไร

เกิดอะไรขึ้น

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2026 สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง เช่น Reuters, Bloomberg, Financial Times และ AP News รายงานข่าวสำคัญ

พวกเขายืนยันว่าสหภาพยุโรป (EU) ไม่ได้เตรียมมาตรการลงโทษใดๆ ต่อคาซัคสถาน

มาตรการนี้ไม่ได้อยู่ในแพ็กเกจคว่ำบาตรชุดที่ 20 ที่กำลังจะประกาศใช้

การตัดสินใจดังกล่าวสร้างความประหลาดใจให้กับนักวิเคราะห์และผู้สังเกตการณ์หลายฝ่าย

โดยปกติแล้ว แพ็กเกจคว่ำบาตรของ EU มักจะพุ่งเป้าไปที่รัสเซียและพันธมิตร

โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในยูเครนซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022

การที่ไม่มีชื่อคาซัคสถานอยู่ในรายชื่อครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตาเป็นพิเศษ

คาซัคสถานเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับทั้งรัสเซียและกลุ่มประเทศตะวันตกมาโดยตลอด

ประเทศนี้เป็นสมาชิกสำคัญของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) ซึ่งมีรัสเซียเป็นแกนนำ

แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลคาซัคสถานก็พยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับยุโรปและสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า EU อาจพิจารณาใช้มาตรการลงโทษคาซัคสถาน

โดยเฉพาะหลังมีรายงานเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศอย่างต่อเนื่อง

รวมถึงเหตุการณ์ความไม่สงบครั้งใหญ่เมื่อเดือนมกราคม 2022

ซึ่งมีการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรงและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

แต่การตัดสินใจเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2026 กลับตรงกันข้ามกับความคาดหมายเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง

EU เลือกที่จะไม่ใช้มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจกับคาซัคสถานในครั้งนี้

นี่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงลำดับความสำคัญใหม่ของสหภาพยุโรปในเวทีโลก

EU กำลังปรับสมดุลระหว่างค่านิยมด้านสิทธิมนุษยชนกับผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์อย่างรอบคอบ

"การที่ EU ไม่ใช้มาตรการลงโทษคาซัคสถานในครั้งนี้ สะท้อนถึงการประเมินสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างรอบคอบของสหภาพยุโรป โดยให้ความสำคัญกับเสถียรภาพในภูมิภาค"

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

คาซัคสถานไม่ใช่แค่ประเทศธรรมดา แต่เป็นผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ระดับโลก

ประเทศนี้มีแหล่งสำรองน้ำมันดิบมากเป็นอันดับ 12 ของโลก

และยังเป็นผู้ผลิตยูเรเนียมรายใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

ความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของคาซัคสถานในภูมิภาคเอเชียกลางจึงสูงมาก

สำหรับ EU แล้ว การกระจายแหล่งพลังงานเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน

โดยเฉพาะหลังจากความขัดแย้งในยูเครนปะทุขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022

EU ต้องการลดการพึ่งพาก๊าซและน้ำมันจากรัสเซียอย่างมาก

คาซัคสถานจึงกลายเป็นตัวเลือกสำคัญที่ช่วยตอบโจทย์ความมั่นคงด้านพลังงานของยุโรป

เส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านท่อส่ง Caspian Pipeline Consortium (CPC) เป็นเส้นทางหลัก

ท่อส่งนี้เชื่อมคาซัคสถานกับตลาดโลกผ่านทะเลดำ

ที่น่าสนใจกว่า คาซัคสถานยังเป็นส่วนสำคัญของเส้นทาง Middle Corridor

เส้นทางนี้เป็นเส้นทางการค้าและขนส่งทางเลือกที่สำคัญ

มันเชื่อมโยงเอเชียกลางกับยุโรป โดยหลีกเลี่ยงรัสเซีย

ความร่วมมือระหว่าง EU และคาซัคสถานแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

โดยเฉพาะหลัง Enhanced Partnership and Cooperation Agreement (EPCA) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2020

ข้อตกลงนี้ครอบคลุมความร่วมมือในหลายด้าน เช่น การค้า การลงทุน พลังงาน และการขนส่ง

นั่นทำให้ EU กลายเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของคาซัคสถาน

มูลค่าการค้าระหว่างสองฝ่ายพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อปี 2023 มูลค่าการค้าทวิภาคีสูงถึงกว่า 40,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท

eu kazakhstan cooperation energy trade

แม้จะมีข้อกังวลเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในคาซัคสถานอยู่บ้าง

แต่การตัดสินใจไม่ใช้มาตรการลงโทษครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า EU กำลังชั่งน้ำหนักอย่างชัดเจน

พวกเขากำลังเลือกระหว่างค่านิยมด้านสิทธิมนุษยชนกับผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า EU กำลังให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงาน

รวมถึงเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียกลางเป็นอันดับแรก

สิ่งนี้สำคัญกว่าการกดดันเรื่องสิทธิมนุษยชนในสถานการณ์ปัจจุบันที่เปราะบาง

การรักษาเสถียรภาพในเอเชียกลางยังช่วยป้องกันไม่ให้ภูมิภาคนี้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของมหาอำนาจอื่นมากเกินไป

โดยเฉพาะรัสเซียและจีนที่กำลังขยายอิทธิพลในพื้นที่นี้

"ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมองว่า การไม่ใช้มาตรการลงโทษครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณว่า EU ให้ความสำคัญกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพลังงานมากกว่าประเด็นสิทธิมนุษยชนในสถานการณ์ปัจจุบันที่โลกมีความผันผวนสูง"

แล้วคนไทยล่ะ?

แม้การที่ EU ไม่ใช้มาตรการลงโทษคาซัคสถานจะไม่มีผลกระทบโดยตรงกับประเทศไทย

แต่ผลกระทบทางอ้อมนั้นมีแน่นอน และคนไทยควรจับตาอย่างใกล้ชิด

นี่คือสิ่งที่เราอาจเห็น:

  1. ราคาน้ำมันในประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้น: คาซัคสถานเป็นผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ของโลก

    ถ้าเศรษฐกิจคาซัคสถานมีเสถียรภาพจากการไม่ถูกมาตรการลงโทษ

    นั่นหมายความว่าตลาดน้ำมันโลกก็จะมีเสถียรภาพมากขึ้นตามไปด้วย

    ผลลัพธ์คือ ราคาน้ำมันในไทยอาจไม่ผันผวนรุนแรง เท่าที่ควรจะเป็น

    โดยเฉพาะหากมีปัจจัยลบอื่นๆ เข้ามากระทบตลาดพลังงานโลก

    ผู้บริโภคและภาคธุรกิจไทยจะได้รับประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่คาดเดาได้มากขึ้น

    โดยเฉพาะภาคการขนส่งและอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งพึ่งพาพลังงานเป็นหลัก

    ความผันผวนของราคาน้ำมันที่ลดลงยังช่วยควบคุมอัตราเงินเฟ้อในประเทศได้อีกด้วย

    สิ่งนี้จะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย

  2. ห่วงโซ่อุปทานโลกราบรื่นขึ้น: ความมั่นคงในเอเชียกลางส่งผลดีต่อห่วงโซ่อุปทานโลกโดยรวม

    คาซัคสถานเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป

    การค้าและการขนส่งที่ราบรื่นขึ้นจะช่วยให้ ต้นทุนการนำเข้าสินค้าจากยุโรปมาไทยไม่พุ่งสูง เกินไป

    และยังช่วยให้การส่งออกของไทยได้รับประโยชน์จากเส้นทางการค้าที่มั่นคงขึ้นด้วย

    สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และสินค้าแฟชั่นที่ต้องพึ่งพาการขนส่งข้ามทวีปจะได้รับผลดี

    รวมถึงสินค้าเกษตรแปรรูปของไทยที่ส่งออกไปยังตลาดยุโรป

    การไหลเวียนของสินค้าและวัตถุดิบจะมีความต่อเนื่องมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากความล่าช้าและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

  3. โอกาสการลงทุนใหม่ในเอเชียกลาง: หากภูมิภาคนี้มีเสถียรภาพมากขึ้น

    ก็อาจเป็นโอกาสให้ธุรกิจไทยมองหาช่องทางการค้าและการลงทุนใหม่ๆ ในเอเชียกลางได้ในอนาคต

    โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม พลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐาน

    เช่น การลงทุนในเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่เพื่อเพิ่มผลผลิต

    หรือการพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และลมในคาซัคสถาน

    แม้จะยังไม่เห็นผลชัดเจนในระยะสั้น แต่ความมั่นคงคือพื้นฐานสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ

    และยังเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการขยายตลาดใหม่ๆ

    รัฐบาลไทยอาจพิจารณาการทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับกลุ่มประเทศเอเชียกลางในอนาคต

    สิ่งนี้จะเปิดประตูสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสำหรับสินค้าและบริการของไทย

global oil prices chart

"นักวิเคราะห์เศรษฐกิจชี้ว่า แม้คาซัคสถานจะไม่ถูกมาตรการลงโทษ แต่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียกลางยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งไทยต้องจับตาใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น"

Lumiq มองว่า:

Consensus บอกอะไร: หลายคนอาจมองว่าการตัดสินใจของ EU ครั้งนี้เป็นเพียงการทำตามผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและพลังงานเท่านั้น

บางคนอาจมองว่า EU อ่อนข้อให้คาซัคสถาน

เพราะยุโรปต้องการน้ำมันและก๊าซอย่างเร่งด่วนเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน

นักวิจารณ์บางรายอาจวิจารณ์ว่า EU กำลังละเลยหลักการด้านสิทธิมนุษยชนของตนเอง

โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากประวัติการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนของ EU ในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

นักวิจารณ์บางรายอาจมองว่านี่คือความหน้าซื่อใจคด หรือเป็นมาตรฐานที่เลือกปฏิบัติ

Lumiq มองต่างยังไง: Lumiq มองว่านี่ไม่ใช่แค่การทำตามผลประโยชน์ระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

แต่เป็นเกมหมากรุกทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ EU กำลังเล่นอย่างชาญฉลาด

เป้าหมายคือ สร้างสมดุลอำนาจในเอเชียกลาง และขยายอิทธิพลของตนเอง

EU ต้องการดึงคาซัคสถานให้ห่างจากอิทธิพลของรัสเซียและจีนที่กำลังเพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้

พร้อมทั้งสร้างทางเลือกด้านพลังงานที่มั่นคงและหลากหลายสำหรับยุโรป

การไม่ใช้มาตรการลงโทษครั้งนี้คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจน

มันบอกว่า EU พร้อมจะประนีประนอมในบางประเด็นเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า

นั่นคือการได้มาซึ่งพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในระยะยาว

EU ไม่ได้มองข้ามประเด็นสิทธิมนุษยชนอย่างสิ้นเชิง

แต่กำลังเลือกเวลาและวิธีการในการกดดันอย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพ

พวกเขาอาจใช้ช่องทางทางการทูต การเจรจาผ่าน Enhanced Partnership and Cooperation Agreement (EPCA)

หรือการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคเพื่อส่งเสริมการปฏิรูป

สิ่งเหล่านี้อาจมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้มาตรการลงโทษโดยตรง

เพราะการลงโทษอาจผลักคาซัคสถานเข้าหารัสเซียหรือจีนมากขึ้น

นี่คือการลงทุนในความสัมพันธ์ระยะยาว

เพื่อสร้างเสถียรภาพและขยายอิทธิพลของยุโรปในภูมิภาคที่สำคัญนี้

Timeframe ที่จะพิสูจน์ได้: ภายใน 12-18 เดือนนับจาก มีนาคม 2026 เราจะเห็นว่า EU จะเริ่มกลับมากดดันคาซัคสถานเรื่องสิทธิมนุษยชนอีกครั้งหรือไม่

ถ้าสถานการณ์พลังงานในยุโรปมีเสถียรภาพมากขึ้น

และอิทธิพลของรัสเซียในภูมิภาคนี้เริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด

EU อาจใช้ leverage ที่มากขึ้นในการเรียกร้องการปฏิรูปด้านสิทธิมนุษยชน

โดยไม่เสี่ยงต่อการบ่อนทำลายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและพลังงานที่สร้างมา

เราอาจเห็นการกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้นในการให้ความช่วยเหลือหรือการลงทุน

"การตัดสินใจของ EU ครั้งนี้ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นการคำนวณอย่างรอบคอบเพื่อรักษาเสถียรภาพทางพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ในระยะยาว พร้อมทั้งสร้างอิทธิพลเชิงกลยุทธ์ในเอเชียกลาง"

เจาะลึก: EU กับความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชน

ประเด็นสิทธิมนุษยชนในคาซัคสถานเป็นสิ่งที่ EU ให้ความสำคัญมาโดยตลอดและเป็นข้อถกเถียงที่ร้อนแรง

องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลายแห่งได้รายงานถึงข้อกังวลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ข้อกังวลเหล่านี้รวมถึงการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก การรวมกลุ่ม และการปฏิบัติต่อผู้ประท้วง

Human Rights Watch และ Amnesty International ได้ออกรายงานหลายฉบับ

รายงานเหล่านั้นเน้นย้ำถึงการจำกัดเสรีภาพสื่อ การควบคุมอินเทอร์เน็ต

รวมถึงการสลายการรวมตัวอย่างสันติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง

เมื่อเดือนมกราคม 2022 คาซัคสถานเผชิญกับการประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศ

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการไม่พอใจราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

แต่ลุกลามเป็นการเรียกร้องการปฏิรูปทางการเมืองและเศรษฐกิจในวงกว้าง

รัฐบาลคาซัคสถานใช้กำลังเข้าปราบปรามอย่างรุนแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ 238 ราย และผู้ถูกจับกุมกว่า 10,000 คน

เหตุการณ์เหล่านั้นสร้างแรงกดดันอย่างมากให้ EU ต้องพิจารณาจุดยืนของตนเอง

และทบทวนความสัมพันธ์กับคาซัคสถานอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม การที่ EU เลือกที่จะไม่ใช้มาตรการลงโทษในครั้งนี้

แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของนโยบายต่างประเทศของสหภาพฯ

EU กำลังเผชิญกับทางเลือกระหว่างการยึดมั่นในค่านิยมหลักด้านสิทธิมนุษยชน

กับการแสวงหาผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ในสถานการณ์โลกที่ผันผวนและไม่แน่นอน

โดยเฉพาะในบริบทของความมั่นคงด้านพลังงานที่เปราะบางของยุโรปหลังความขัดแย้งในยูเครน

การตัดสินใจนี้อาจถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง

พวกเขาอาจมองว่า EU กำลังประนีประนอมกับหลักการของตนเอง

แต่ในทางกลับกัน ก็อาจถูกมองว่าเป็นการตัดสินใจที่ pragmatic และจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน

EU อาจเลือกใช้กลไกอื่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการลงโทษโดยตรง

เช่น การเจรจาผ่าน Enhanced Partnership and Cooperation Agreement (EPCA)

หรือการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคเพื่อส่งเสริมการปฏิรูปสิทธิมนุษยชนในคาซัคสถานอย่างค่อยเป็นค่อยไป

การมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์และการสร้างแรงจูงใจอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าการลงโทษ

โดยเฉพาะเมื่อเป้าหมายคือการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค

และป้องกันไม่ให้คาซัคสถานหันไปพึ่งพามหาอำนาจอื่นที่อาจไม่ใส่ใจเรื่องสิทธิมนุษยชนเท่า EU

นี่คือการเดินหมากที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนอย่างมาก

EU human rights energy balance

"การรักษาสมดุลระหว่างค่านิยมและผลประโยชน์ยังคงเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับนโยบายต่างประเทศของ EU ในเอเชียกลาง ซึ่งต้องใช้กลยุทธ์ที่ซับซ้อนและรอบคอบ"

สรุป

  • EU เลือกที่จะไม่ใช้มาตรการลงโทษคาซัคสถานในแพ็กเกจที่ 20 ณ เดือนมีนาคม 2026
  • การตัดสินใจนี้สะท้อนถึงความสำคัญอย่างยิ่งของคาซัคสถานในฐานะแหล่งพลังงานที่สำคัญ และเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์สำหรับ EU ในการสร้างความมั่นคงในภูมิภาค
  • ผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศไทยคือช่วยให้ราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทานโลกมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพของคนไทย
  • Lumiq มองว่านี่คือการเล่นเกมระยะยาวของ EU เพื่อสร้างสมดุลอำนาจในเอเชียกลาง โดยชั่งน้ำหนักระหว่างค่านิยมด้านสิทธิมนุษยชนและผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์อย่างรอบคอบและชาญฉลาด

⚠️ บทความนี้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนแต่อย่างใด

#คว่ำบาตรคาซัคสถาน#สหภาพยุโรป#EU#Kazakhstan#เศรษฐกิจคาซัคสถาน#ภูมิรัฐศาสตร์#พลังงาน#สิทธิมนุษยชน#ความมั่นคงพลังงาน#เอเชียกลาง
รู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?

บทความที่เกี่ยวข้อง

Greenland military base
ข่าวโลก

สหรัฐฯ ขยายฐานทัพ Greenland: เดิมพันยุทธศาสตร์อาร์กติก

Pentagon กำลังเจรจาขยายฐานทัพใน Greenland ดินแดน 1.6 ล้าน ตร.กม. หัวใจของยุทธศาสตร์อาร์กติก นี่ไม่ใช่แค่เรื่องทหาร แต่มันคือเกมอำนาจระดับโลก.

Lumiq7 นาที
ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ Donald Trump
ข่าวโลก

ทรัมป์ลั่น! NATO ไม่เอาด้วยสงครามอิหร่าน — จริงหรือแค่เกม?

อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อ้าง NATO ไม่ร่วมรบใน สงครามอิหร่าน แม้เห็นด้วย — นี่คือรอยร้าวในพันธมิตร หรือแค่เกมการเมืองที่ต้องจับตา?

Lumiq7 นาที
russian oil trade
ข่าวโลก

นำเข้าน้ำมันรัสเซีย: ไทย อินโดฯ จีน แห่ซบ — ค่าบาทจะรอดไหม?

เมื่อหลายชาติเอเชีย รวมถึงไทย เริ่มพิจารณา นำเข้าน้ำมันรัสเซีย ที่ถูกกว่า ค่าบาทจะแข็งขึ้นจริงไหม? Lumiq มีคำตอบแบบไม่กั๊ก

Lumiq8 นาที

สารบัญ