ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ข่าวโลก

ทรัมป์แถลงข่าว 16 มี.ค. 2026: ผู้นำสหรัฐฯ พูดอะไร?

ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ Donald Trump
Photo by Olga_Fil on Pixabay

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทรัมป์แถลงข่าว สำคัญเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2026. ทั่วโลกจับตาว่าเขาจะพูดอะไร. เพราะทุกคำพูดของทรัมป์ไม่เคยธรรมดา. การแถลงการณ์ครั้งนี้เป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด. นักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น. นี่ไม่ใช่แค่การปราศรัยทั่วไป. แต่เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่สำคัญ.

เกิดอะไรขึ้น

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2026 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้จัดงานแถลงการณ์สำคัญ. การแถลงเริ่มขึ้นหลังเวลา 18:45 น. ตามเวลา Moscow. ซึ่งตรงกับเวลา 11:45 น. ตามเวลา Eastern Standard Time ของสหรัฐฯ. สำนักข่าว Reuters และ AP News รายงานยืนยันเรื่องนี้. การปราศรัยครั้งนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษ. เพราะทรัมป์มักใช้เวทีสาธารณะเพื่อสร้างความเคลื่อนไหวทางการเมือง. ไม่ใช่แค่การให้ข้อมูลทั่วไป.

การแถลงการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวลือและการคาดการณ์มากมาย. หลายฝ่ายเชื่อว่าทรัมป์อาจใช้โอกาสนี้เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาทางกฎหมายที่เขากำลังเผชิญอยู่. เช่น คดีความเกี่ยวกับการพยายามล้มล้างผลการเลือกตั้งปี 2020. รวมถึงคดีเอกสารลับของรัฐบาล. และคดีความเกี่ยวกับการเงินของธุรกิจส่วนตัว. การปราศรัยอาจเป็นการส่งสัญญาณถึงแผนการทางการเมืองในอนาคต. รวมถึงความเป็นไปได้ในการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกครั้งในปี 2028. สื่อมวลชนจากทั่วโลกต่างเฝ้ารอ. เพื่อจับทุกถ้อยคำที่อาจสร้างแรงกระเพื่อม. ไม่ว่าจะเป็นประเด็นภายในประเทศหรือต่างประเทศ.

การปรากฏตัวของทรัมป์มักจะนำไปสู่การถกเถียงอย่างกว้างขวาง. และสร้างพาดหัวข่าวไปทั่วโลก. สำนักข่าวชั้นนำต่างเตรียมพร้อมรายงานสด. เพื่อวิเคราะห์ทุกแง่มุมของการแถลงการณ์. ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026 มีรายงานข่าวว่าทรัมป์กำลังพิจารณาทางเลือกทางการเมืองหลายอย่าง. รวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการสำรวจเพื่อการเลือกตั้งปี 2028. การแถลงข่าวครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์นั้น. เพื่อทดสอบกระแสตอบรับจากสาธารณะ. และปลุกระดมฐานเสียงผู้สนับสนุนของเขา. การเลือกเวลาแถลงการณ์ก็มีความสำคัญ. เพราะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน 2026 เพียงไม่กี่เดือน. นี่คือช่วงเวลาที่พรรคการเมืองต่างๆ กำลังเตรียมความพร้อม. และทรัมป์ต้องการแสดงให้เห็นว่าเขายังคงเป็นผู้มีอิทธิพลสูงสุดในพรรครีพับลิกัน.

"การแถลงการณ์ของทรัมป์มักถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลต่อทิศทางการเมืองสหรัฐฯ และตลาดโลกเสมอ." — Reuters, มีนาคม 2026

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

ทำไมทรัมป์ถึงเลือกปราศรัยในช่วงเวลานี้? ต้องเข้าใจว่าทรัมป์ยังคงเป็นแกนนำสำคัญของพรรครีพับลิกัน. แม้จะพ้นตำแหน่งไปแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2021. เขายังคงมีอิทธิพลต่อฐานเสียงและทิศทางของพรรค. คะแนนเสียงกว่า 74 ล้านเสียงที่เขาได้รับในปี 2020. แสดงให้เห็นถึงพลังสนับสนุนที่แข็งแกร่ง. การปราศรัยครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การพูดคุยทั่วไป. แต่เป็นการตอกย้ำสถานะของเขาในเวทีการเมือง.

ในช่วงเดือนมีนาคม 2026 นี้ มีการคาดการณ์เรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2028 อย่างเข้มข้น. รวมถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน 2026 ที่กำลังจะมาถึง. ประธานาธิบดีเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมายหลายคดี. และยังคงแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง. การปราศรัยจึงเป็นวิธีหนึ่งที่เขาใช้. เพื่อรักษาบทบาทในเวทีสาธารณะ. และส่งสารไปยังผู้สนับสนุนและคู่แข่ง. นี่คือการแสดงพลังว่าเขายังคงเป็นผู้เล่นสำคัญ.

การปรากฏตัวของอดีตผู้นำทางการเมืองที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตสาธารณะ. และมีอิทธิพลต่อวาทกรรมทางการเมือง. เป็นเรื่องที่พบเห็นได้บ่อยขึ้น. โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดีย. และข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง. สิ่งเหล่านี้ช่วยขยายเสียงของประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรี. ทำให้พวกเขาสามารถกำหนดความคิดเห็นสาธารณะได้นาน. แม้จะพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว. การปราศรัยครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าแค่การให้ข้อมูล. แต่เป็นการตอกย้ำถึงสถานะและอำนาจของเขาในเวทีการเมือง. นักวิเคราะห์จาก Washington Post (มีนาคม 2026) ชี้ว่า. การปราศรัยของทรัมป์มักถูกออกแบบมาเพื่อสร้างกระแส. และเบี่ยงเบนความสนใจจากประเด็นที่เขาเสียเปรียบ. นี่คือกลยุทธ์ที่เขาใช้มาโดยตลอด.

donald trump podium press conference

"การปราศรัยของทรัมป์มักถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลต่อทิศทางการเมืองสหรัฐฯ และตลาดโลกเสมอ." — Reuters, มีนาคม 2026

ผลกระทบต่อโลกและเศรษฐกิจ

ทรัมป์ยังคงเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลสูงในพรรครีพับลิกัน. แม้จะพ้นตำแหน่งมานานแล้ว. การเคลื่อนไหวของเขาส่งผลต่อการเมืองสหรัฐฯ อย่างมาก. โดยเฉพาะการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน 2026 ที่กำลังจะมาถึง. นักวิเคราะห์การเมืองจาก CNN (มีนาคม 2026) ชี้ว่า. การปราศรัยครั้งนี้อาจมีเป้าหมายเพื่อปลุกระดมผู้สนับสนุน. และสร้างกระแสเรื่องอนาคตทางการเมืองของเขา. ซึ่งอาจรวมถึงการลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2028. คำพูดของเขาสามารถเปลี่ยนทิศทางแคมเปญหาเสียงได้. และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง. นี่คือการแสดงพลังเพื่อรวมฐานเสียงของเขา. การปราศรัยอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการรณรงค์หาเสียงอย่างไม่เป็นทางการ.

นักเศรษฐศาสตร์จาก Bloomberg (มีนาคม 2026) ยังเตือนว่า. นโยบายของทรัมป์หากนำกลับมาใช้ใหม่. อาจทำให้เกิดความตึงเครียดทางการค้า. และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น. เช่น การขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากบางประเทศอย่างจีนหรือยุโรป. หรือการเจรจาข้อตกลงการค้าใหม่. สิ่งเหล่านี้กระทบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก. และอาจทำให้ราคาสินค้าบางอย่างแพงขึ้น. โดยเฉพาะสินค้าที่พึ่งพาการนำเข้าจากสหรัฐฯ. ความไม่แน่นอนนี้อาจทำให้การลงทุนชะลอตัว. นโยบาย "America First" ที่ทรัมป์เคยใช้. อาจกลับมาสร้างผลกระทบต่อตลาดโลกอีกครั้ง. โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการส่งออก. และประเทศคู่ค้าหลักของสหรัฐฯ.

การเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างกะทันหัน. อาจทำให้ตลาดหุ้นผันผวนอย่างรุนแรง. และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก. ตัวอย่างเช่น ภาคเทคโนโลยีและยานยนต์. ซึ่งพึ่งพาการค้าข้ามชาติอย่างมาก. อาจเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ. การปราศรัยครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณสำคัญ. ที่นักลงทุนและนักธุรกิจทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด. เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่อาจเกิดขึ้น. การวิเคราะห์จาก Wall Street Journal (มีนาคม 2026) ระบุว่า. ตลาดกำลังมองหาสัญญาณว่าทรัมป์จะกลับมาใช้นโยบายที่แข็งกร้าวหรือไม่.

"คำพูดของทรัมป์สามารถเปลี่ยนทิศทางตลาดได้ในชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะประเด็นการค้าและนโยบายต่างประเทศ." — Bloomberg, มีนาคม 2026

คนไทยได้รับผลกระทบอย่างไร

แล้วประเทศไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไร? แม้ดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว. แต่คำพูดของทรัมป์มีผลทางอ้อมต่อไทยได้. โดยเฉพาะเรื่องนโยบายการค้า. ถ้าทรัมป์กลับมาเน้นนโยบาย "America First" อีกครั้ง. การกีดกันทางการค้าอาจเพิ่มขึ้น.

หากสหรัฐฯ เพิ่มกำแพงภาษีกับจีน. สินค้าไทยบางประเภทที่ส่งออกไปสหรัฐฯ อาจได้เปรียบ. เพราะคู่แข่งจากจีนอาจโดนผลกระทบมากกว่า. เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์. ชิ้นส่วนยานยนต์. หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ยางพารา. ที่ไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญ. ผู้ประกอบการไทยอาจต้องเตรียมปรับแผนการผลิต. เพื่อรองรับโอกาสที่อาจเกิดขึ้น. และเพิ่มกำลังการผลิต. นี่คือโอกาสในการขยายส่วนแบ่งตลาด. โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่สหรัฐฯ เคยนำเข้าจากจีนเป็นหลัก.

แต่ในทางกลับกัน. หากความตึงเครียดทางการค้าโลกสูงขึ้น. การส่งออกโดยรวมของไทยก็อาจชะลอตัว. เพราะเศรษฐกิจโลกผันผวน. ความต้องการสินค้าลดลง. ค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าลงประมาณ 1-2% ในระยะสั้น. นั่นหมายความว่าสินค้านำเข้าจะแพงขึ้น. และกระทบต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมไทย. โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า. เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และพลังงาน. การอ่อนค่าของเงินบาทจะส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของคนไทย. และอาจทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้น.

นโยบายต่างประเทศของทรัมป์ก็สำคัญ. ถ้าเขาลดบทบาทสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก. ไทยอาจต้องปรับสมดุลความสัมพันธ์กับมหาอำนาจอื่นๆ. เช่น จีนและอินเดีย. นั่นหมายความว่าการลงทุนและความมั่นคงในระยะยาวจะได้รับผลกระทบ. การลงทุนจากต่างชาติอาจชะลอตัว. หากนักลงทุนมองว่าภูมิภาคนี้มีความไม่แน่นอนสูงขึ้น. โดยเฉพาะการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในภาคการผลิตและบริการ. รัฐบาลไทยจะต้องดำเนินนโยบายการต่างประเทศอย่างระมัดระวัง. เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ.

ภาคการท่องเที่ยวของไทยก็อาจได้รับผลกระทบ. หากนโยบายของทรัมป์ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว. หรือเกิดความไม่สงบในบางพื้นที่. นักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ และยุโรปอาจลดลง. นั่นหมายความว่ารายได้ของประเทศจะลดลงโดยตรง. โดยเฉพาะจังหวัดที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติสูง. เช่น ภูเก็ตและกรุงเทพฯ. รัฐบาลไทยอาจต้องเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ. เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น. เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ. และการหาตลาดนักท่องเที่ยวใหม่ๆ.

"แม้การเมืองสหรัฐฯ จะอยู่ไกล แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการค้าสามารถส่งตรงถึงกระเป๋าเงินคนไทยได้เสมอ." — นักวิเคราะห์เศรษฐกิจไทย, มีนาคม 2026

เจาะลึก: คดีความและอนาคตทางการเมืองของทรัมป์

โดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญกับคดีความหลายคดีในช่วงเดือนมีนาคม 2026. ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา. ซึ่งอาจส่งผลต่อการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2028 ของเขา. คดีเหล่านี้รวมถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการพยายามล้มล้างผลการเลือกตั้งปี 2020 ในรัฐจอร์เจีย. คดีเอกสารลับของรัฐบาลที่บ้านพักมาร์-อะ-ลาโก. และคดีความเกี่ยวกับการเงินของธุรกิจส่วนตัวในนิวยอร์ก. คดีเหล่านี้สร้างแรงกดดันมหาศาล. แต่ทรัมป์มักใช้เวทีสาธารณะเพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส.

เขามักจะนำเสนอตัวเองว่าเป็นเหยื่อของการเมือง. และใช้สิ่งนี้เพื่อปลุกระดมฐานเสียงผู้สนับสนุน. การปราศรัยเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2026 จึงอาจเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์นี้. เพื่อแสดงความแข็งแกร่งและท้าทายศัตรูทางการเมือง. การจัดการกับคดีความเหล่านี้. จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับอนาคตทางการเมืองของทรัมป์. ว่าเขายังคงสามารถรักษาอิทธิพล. และความนิยมในหมู่ผู้สนับสนุนได้หรือไม่. ผลลัพธ์ของคดีเหล่านี้. จะมีผลอย่างมากต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองของสหรัฐฯ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า. และอาจกำหนดทิศทางของการเลือกตั้งครั้งต่อไป.

นักกฎหมายจาก Harvard Law Review (มีนาคม 2026) ชี้ว่า. แม้คดีความจะดำเนินไป. แต่กฎหมายสหรัฐฯ ยังคงอนุญาตให้บุคคลที่ถูกฟ้องร้องลงสมัครรับเลือกตั้งได้. นี่คือจุดที่ทรัมป์ใช้เป็นข้อได้เปรียบ. เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง. การปราศรัยครั้งนี้จึงเป็นโอกาสในการสร้างเรื่องเล่าของตัวเอง. และควบคุมการรับรู้ของสาธารณะ. ก่อนที่กระบวนการทางกฎหมายจะดำเนินไปอย่างเต็มที่.

us flag political debate

"คดีความของทรัมป์ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการเมืองที่ซับซ้อน." — นักวิเคราะห์กฎหมาย, มีนาคม 2026

Lumiq มองว่า:

Consensus บอกว่าทรัมป์ปราศรัยเพื่อรักษาความเกี่ยวข้องทางการเมือง. และอาจจะปูทางสู่การเลือกตั้งปี 2028. ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้กันอยู่แล้ว.

Lumiq มองต่างออกไป. นี่ไม่ใช่แค่การรักษาความเกี่ยวข้อง. แต่เป็นการ สร้างอำนาจต่อรอง อย่างมีกลยุทธ์. ทรัมป์กำลังใช้เวทีนี้เพื่อส่งสัญญาณถึงทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต. ว่าเขายังเป็นผู้เล่นหลักที่กำหนดทิศทางได้. เขาไม่ได้แค่รอโอกาส. แต่กำลังสร้างมันขึ้นมา. เพื่อให้ตัวเองอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบที่สุด. ไม่ว่าจะลงสมัครเอง. หรือเป็นผู้กำหนดตัวเลือกของพรรค. นี่คือการแสดงพลังที่ชัดเจน. และเป็นการทดสอบปฏิกิริยาของสาธารณะ.

ภายใน 6-12 เดือนนับจาก มีนาคม 2026 เราจะรู้ว่าใครถูก. ถ้าคำพูดของเขาสามารถเปลี่ยนผลโพลในรัฐสำคัญๆ ได้. หรือทำให้ผู้สมัครคนอื่นต้องปรับกลยุทธ์ตาม. หรือแม้แต่ทำให้ตลาดหุ้นผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ. โดยเฉพาะในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการค้า. หรือถ้าเขาสามารถระดมทุนได้มหาศาลหลังการปราศรัย. และสร้างกระแสสนับสนุนที่แข็งแกร่งขึ้น. นั่นหมายความว่า Lumiq มองถูก. การปราศรัยครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวที่ใหญ่กว่า.

"ทรัมป์ไม่ได้แค่พูดเพื่อพูด แต่ทุกคำพูดคือการวางหมากทางการเมืองที่ซับซ้อนและมีเป้าหมายชัดเจน."

สรุป

การแถลงการณ์ของโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2026 ไม่ใช่แค่ข่าวการเมืองทั่วไป.

  • นี่คือการส่งสัญญาณสำคัญถึงอนาคตการเมืองสหรัฐฯ. และอาจมีผลต่อการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน 2026. รวมถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2028.
  • คำพูดของเขาสามารถสร้างความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกได้. โดยเฉพาะนโยบายการค้าและการลงทุน. ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและตลาดหุ้น.
  • ไทยต้องจับตาผลกระทบทางอ้อมต่อการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว. เตรียมพร้อมรับมือความผันผวน. และปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ. เพื่อลดความเสี่ยงและคว้าโอกาส.
  • การปราศรัยครั้งนี้ตอกย้ำว่าทรัมป์ยังคงเป็นบุคคลสำคัญ. ที่มีอิทธิพลต่อทั้งการเมืองและเศรษฐกิจโลก. และยังคงเป็นผู้เล่นที่ต้องจับตา.

อย่ามองข้ามข่าวการเมืองต่างประเทศ. เพราะมันกระทบกระเป๋าเงินคุณได้เสมอ. ติดตาม Lumiq AI เพื่อไม่พลาดทุกการวิเคราะห์ที่เข้าใจง่ายและตรงไปตรงมา.

⚠️ บทความนี้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนแต่อย่างใด

แหล่งอ้างอิง

รวบรวมโดย Lumiq AI

#Donald Trump#การเมืองสหรัฐ#ข่าวต่างประเทศ#อดีตประธานาธิบดี
รู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?

บทความที่เกี่ยวข้อง

LNG terminal energy market Asia energy demand global LNG infrastructure investment
ข่าวโลก

Shell ฟันธง: LNG demand forecast พุ่ง 68% ในเอเชีย — ใครไม่เตรียมตัว มีหนาวแน่!

Shell คาดการณ์ LNG demand forecast ทั่วโลกจะพุ่ง 68% ภายในปี 2040 โดยเอเชียคือตัวขับเคลื่อนหลัก Lumiq ชี้ค่าไฟไทยอาจแพงขึ้น เตรียมรับมือกับคลื่นพลังงานลูกใหม่!

Lumiq10 นาที
US China trade talks tariff negotiations global supply chain
ข่าวโลก

การค้าสหรัฐฯ-จีน: ดีลภาษี 690,000 ล้านดอลล์ ใครได้? เงินบาทไทยจะรอดไหม?

การเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีนจบลงแล้ว โฟกัสที่การขยายมาตรการผ่อนปรนภาษี มูลค่ากว่า 690,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและเงินบาทไทยอย่างไร Lumiq มีคำตอบ

Lumiq7 นาที
European energy infrastructure renewable global energy market geopolitical
ข่าวโลก

ยุโรปลดพึ่งพิงก๊าซรัสเซีย 100% – เกมพลังงานโลกเปลี่ยน ไทยต้องจับตาอะไร?

ยุโรปลดพึ่งพิงก๊าซรัสเซียอย่างถาวร นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่มันคือการเปลี่ยนเกมพลังงานโลกครั้งใหญ่ ที่ไทยเองก็ต้องจับตาดูผลกระทบอย่างใกล้ชิด

Lumiq10 นาที

สารบัญ