รายงานจาก World Economic Forum บอกว่า ภายในปี 2027 งานกว่า 83 ล้านตำแหน่งทั่วโลกอาจโดน AI แทนที่
ในขณะเดียวกัน จะมีงานใหม่แค่ 69 ล้านตำแหน่งเท่านั้น หลายคนเลยกังวล
เกิดอะไรขึ้น?
@aipost รายงานว่า มีแพลตฟอร์มชื่อ 'jobloss.ai' โผล่มา แพลตฟอร์มนี้บอกว่าเป็นเครื่องมือติดตามการเลิกจ้างงานด้วย AI แบบเรียลไทม์ในอเมริกา

AI Job Tracker
ข้อมูลเกี่ยวกับ 'Alliance for Secure AI' และ 'jobloss.ai' อาจจะยังไม่ชัวร์ แต่การมีอยู่ของแพลตฟอร์มเหล่านี้ก็ทำให้คนทำงานทั่วโลกต้องคิดหนัก
บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ อย่าง Google, Microsoft, Meta และ Amazon เริ่มปรับโครงสร้าง พวกเขาเอา AI มาช่วยทำงานมากขึ้น
'Generative AI ทำให้องค์กรต้องคิดถึงเรื่องประสิทธิภาพและต้นทุน เลยต้องเปลี่ยนบทบาทและจำนวนพนักงาน'
รู้จักผลกระทบ AI ต่อตลาดแรงงานให้มากขึ้น
ผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ Generative AI อย่าง ChatGPT ทำให้เรื่องนี้กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง
บริษัทยักษ์ใหญ่ทุ่มเงินกับการวิจัยและพัฒนา AI กันเต็มที่ ทำให้ AI พัฒนาไปเร็วกว่าที่เราคิด
เมื่อก่อน การปฏิวัติอุตสาหกรรมก็เคยทำให้คนกลัวตกงาน แต่ AI ยุคนี้ทำงานซับซ้อนและใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้ด้วย
ทำให้กระทบกับงานที่เราเคยคิดว่ามั่นคงมากๆ

AI เปลี่ยนวิธีทำงาน
'AI ไม่ได้มาแย่งงานทั้งหมด แต่มันมาเปลี่ยนวิธีทำงาน ทำให้เราต้องปรับตัว'
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?
เรื่อง ผลกระทบ AI ต่อตลาดแรงงาน สำคัญมาก เพราะมันกระทบชีวิตคนนับล้าน ไม่ใช่แค่คนในวงการเทคโนโลยี
McKinsey & Company บอกว่า AI ช่วยให้ทำงานดีขึ้นและลดต้นทุนได้เยอะ แต่ก็ทำให้องค์กรต้องคิดถึงโครงสร้างพนักงานใหม่ด้วย

AI Reshaping Work
การเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ได้แปลว่าต้องเลิกจ้างกันหมด แต่มันคือการเปลี่ยนบทบาทและทักษะที่เราต้องมี
ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างทักษะที่เรามีอยู่ กับทักษะที่ตลาดต้องการ
'AI ลดต้นทุนได้ถึง 10 เท่าในบางกรณี สิ่งที่เคยจ่าย 100 บาท อาจจะเหลือแค่ 10 บาท'
แล้วคนไทยได้รับผลกระทบอย่างไร?
ผลกระทบจาก AI ในไทยอาจจะยังไม่ชัดเท่าประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่การใช้ AI ในอุตสาหกรรมต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ประเทศไทยเราพึ่งพาภาคการผลิต, เกษตร และบริการ ดังนั้นยังไงก็ต้องโดนผลกระทบแน่นอน
- ภาคการผลิต: โรงงานเริ่มใช้ระบบอัตโนมัติ, หุ่นยนต์ และ AI
- ภาคบริการ: Call Center ใช้ AI Chatbot กันเยอะขึ้นมาก
- ภาคการเงิน: ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูล, จับการโกง, ให้คำแนะนำในการลงทุน
- ภาคการเกษตร: ใช้ AI ในการเกษตรแม่นยำ เช่น วิเคราะห์ดิน, จัดการน้ำ
เจาะลึก: Reskill และ Upskill กุญแจสู่อนาคตของงาน
ท่ามกลางความกังวลเรื่อง อนาคตของงาน การ Reskill (เรียนรู้ทักษะใหม่) และ Upskill (พัฒนาทักษะเดิม) สำคัญสุดๆ
World Economic Forum บอกว่า 50% ของคนทำงานต้อง Reskill ภายในปี 2025 เพื่อที่จะทำงานกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้
ทักษะที่ต้องการในยุค AI:
- ทักษะดิจิทัล: วิเคราะห์ข้อมูล, เขียนโปรแกรม, เข้าใจ AI
- ทักษะเฉพาะทาง AI: จัดการโครงการ AI, ออกแบบระบบ AI
- ทักษะมนุษย์: ความคิดสร้างสรรค์, คิดวิเคราะห์, แก้ปัญหา
'การเรียนรู้ตลอดชีวิตจำเป็นมากๆ ลงทุนในทักษะ คือการลงทุนในอนาคต'
ต้องจับตาดูอะไรต่อจากนี้?
ต้องจับตาทิศทางการลงทุน AI ของบริษัทใหญ่ให้ดี และดูว่ารัฐบาลจะมีนโยบายอะไรในการพัฒนาทักษะแรงงาน
AI Ethics Watch
เรื่องจริยธรรมและความปลอดภัยของ AI ก็สำคัญ เพราะมันมีผลต่อการยอมรับ AI ในวงกว้าง
งานใหม่ๆ อย่าง AI Prompt Engineer ก็น่าสนใจ
Lumiq มองว่า:
AI กำลังเปลี่ยนโลกการทำงานไปตลอดกาล คนส่วนใหญ่คิดว่าต้องใช้เวลา แต่ Lumiq มองว่าการเปลี่ยนแปลงจะเร็วกว่าที่คิด
Lumiq มองว่า ภายในปี 2025 คนทำงานที่ปรับตัวได้ก่อนจะได้เปรียบ การพัฒนาทักษะที่จำเป็นและการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญ
'AI ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิด ถ้าเราปรับตัวได้ เราก็จะมีโอกาสใหม่ๆ เสมอ'
สรุป
ถึงข่าว 'jobloss.ai' จะยังไม่คอนเฟิร์ม แต่เรื่อง AI กับการเลิกจ้างงาน เป็นเรื่องจริง
การเปลี่ยนแปลงนี้กระทบทุกภาคส่วน รวมถึงประเทศไทยด้วย การเข้าใจและเตรียมพร้อมจึงสำคัญที่สุด
- AI เปลี่ยนรูปแบบงาน: งานที่ซ้ำๆ จะโดนแทนที่ก่อน
- Reskill และ Upskill สำคัญ: พัฒนาทักษะที่เน้นความคิดสร้างสรรค์
ติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์เชิงลึกจากเราได้ทุกวัน
⚠️ บทความนี้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนแต่อย่างใด


